Tag Archives: การนอนกรน

วิธีทำให้หายนอนกรนได้ง่ายๆ

%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99-3

หากคุณเกิดปัญหาจากการนอนกรนละก็ ลองเริ่มจากวิธีที่ท่านทำได้ง่ายๆ ดูสิครับ เราไปดูกันเลยนะครับว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้อาการนอนกรนของเรานั้นหายไป

 

วิธีที่ 1. เปลี่ยนท่านอน วิธีแก้นอนกรนที่ง่ายที่สุด คือ การเปลี่ยนท่านอนของเราครับ จากที่เคยนอนหงาย ซึ่งเป็นท่าที่สะดวกกับการกรนมากที่สุด ลองเปลี่ยมาเป็นท่านอนตะแคง โดยอาจจะนอนกอดหมอนข้างไปด้วยก็จะช่วยให้คุณอยู่ในท่านอนตะแคงได้นานขึ้น เพียงแค่นี้ก็ทำให้กรนน้อยลงหรือเลิกกรนไปเลยได้แล้วครับ

 

  1. งดดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง และสามารถส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนด้านหลังลำคอตึงเครียดได้ครับ จนทำให้เกิดการนอนกรน โดยเฉพาะหากคุณดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน 4 ถึง5 ชั่วโมง อาการนอนกรนจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หากเป็นอย่างนี้แล้วก็ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดีกว่านะครับ

 

  1. ตัดขาดจากบุหรี่ เพราะบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระบบการหายใจของเราผิดปกติไป ซึ่งไม่ต้องเดาก็น่าจะรู้ว่าบุหรี่มีเอี่ยวกับปัญหานอนกรนแน่ ๆ และบุหรี่ก็ยังไม่เคยดีต่อสุขภาพของเราด้วยครับ

 

  1. ลดความอ้วน ถ้าตอนนี้คุณเป็นคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานอยู่ แล้วพบว่าตัวเองนอนกรน ความอ้วนอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณนอนกรนก็ได้ เพราะเมื่อร่างกายมีเนื้อหนังรอบคอรวมทั้งตัวด้วยเช่นกัน ที่่อาจจะแน่นจนเกินไป อาจทำให้กดหลอดลมหายใจจนหายใจไม่สะดวก จึงทำให้เกิดอาการกรนครับ

 

  1. ซักเครื่องนอนให้สะอาด เพราะความสกปรกและเชื้อโรคที่เกาะอยู่ตามหมอน ผ้าห่ม และผ้าปูที่นอนของคุณล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุให้การหายใจในระหว่างนอนหลับติดขัดได้ครับ ดังนั้นหากไม่อยากนอนกรนก็ควรต้องนำเครื่องนอนที่ใช้ไปซักบ่อย ๆ นะครับ

 

  1. นอนหงายก็ได้ แต่ก็ต้องมีเงื่อนไขว่าหากท่านอนหงายเป็นท่าที่คุณนอนหลับสบายที่สุด ลองนอนโดยไม่ต้องมีหมอนรองศีรษะดูสิคะ หรือจะนอนหนุนหมอนแต่ใช้ผ้าขนหนูหนุนใต้คางเพื่อให้ปากปิดอยู่ตลอดก็ได้ วิธีนี้ก็จะช่วยแก้การนอนกรนได้เหมือนกันครับ

 

 

 

 

  1. ใช้ยารักษาโรคภายใต้การดูแลของแพทย์ ยาบางประเภทมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง และมีผลต่อสมองไม่ต่างจากแอลกอฮอล์ครับ เช่น ยาแก้หวัดบางชนิด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการนอนกรนได้ ดังนั้นหากคุณจำเป็นต้องใช้ยาชนิดใดก็ตาม ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้งนะครับ